หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ / พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
อำนาจหน้าที่/ ภารกิจ
สถานที่สำคัญ
สำนักงานเทศบาล

โครงสร้างองค์กรเทศบาล
โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
คณะผู้บริหารเทศบาลตำบล
สมาชิกสภาเทศบาล
หัวหน้าส่วนราชการ
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองวิชาการและแผนงาน
กองการศึกษา
กองสาธารณสุขฯ
กองสวัสดิการสังคม
หน่วยงานตรวจสอบภายใน

กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
ผู้นำชุมชนเทศบาล
อาสาสมัคร อสม.
อาสาสมัคร อปพร.
กองทุนหมู่บ้าน(กทบ)
สภาวัฒนธรรม.
สภาเด็กและเยาวชน

แถลงนโยบายนายกต่อสภา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
เทศบัญญัติตำบล
เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาเทศบาล
แผนดำเนินการประจำปี
แผนอัตรากำลัง
รายงานการประเมินผลแผน
รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานการปฏิบัติงานอื่นๆ
รายงานการเงินประจำปี
ข้อมูลข่าวสาร
การพัฒนาจรรยาบรรณ
การควบคุมภายใน
แผนออกหน่วยเคลื่อนที่
แผนการจัดหาพัสดุ
ผลประกาศสอบราคา
รายงานประชุมสภา อบต.
รายงานประชุมประชาคม
รายงานงบรายรับ-รายจ่าย
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ/ผู้พิการ
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
ตู้รับฟังความคิดเห็น
พรบ./กฏระเบียบกระทรวง
ระเบียบการรับบริการต่างๆ
สาระน่ารู้/เอกสารเผยแพร่
ผู้ดูแลระบบ
คู่มือบริการประชาชน
แบบวัดความพึงพอใจ
ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
หนังสือสถ.พระนครศรีอยุธยา
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
หน้าหลัก ข่าว กิจกรรม สินค้า OTOP กระดานสนทนา ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
 
 
   
  ชื่อสถานที่ วัดไชยวัฒนาราม
รายละเอียด
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง เป็นวัดที่พระเจ้าปราสาททอง กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาองค์ที่ 24 (พ.ศ. 2173-2198) โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2173 ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ วัดนี้เป็นที่ฝังพระศพของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์(เจ้าฟ้ากุ้ง) กวีเอกสมัยอยุธยาตอนปลายกับเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งต้องพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สิ่งที่น่าชมภายในวัด ได้แก่ พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นปรางค์ประธานของวัดตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสและที่มุมฐานมีปรางค์ทิศประจำอยู่ทั้งสี่มุม การที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองซึ่งเป็นกษัตริย์สมัยอยุธยาตอนปลายทรงสร้างปรางค์ขนาดใหญ่เป็นประธานของวัดเท่ากับเป็นการรื้อฟื้นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้นที่นิยมสร้างปรางค์เป็นประธานของวัดเช่นการสร้างปรางค์ที่วัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ เนื่องมาจากพระองค์ทรงได้เขมรมาอยู่ใต้อำนาจจึงมีการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมเขมรเข้ามาใช้ในการก่อสร้างปรางค์อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีพระระเบียงรอบปรางค์ประธาน ภายในพระระเบียงมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ผนังระเบียงก่อด้วยอิฐถือปูน มีลูกกรงหลอกเป็นรูปลายกุดั่น พระอุโบสถ อยู่ด้านหน้าของวัดภายในมีซากพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสร้างด้วยหินทราย ใบเสมาของพระอุโบสถทำด้วยหินสีค่อนข้างเขียว จำหลักเป็นลายประจำยามและลายก้านขด และเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ทางด้านหน้าพระอุโบสถมีเจดีย์ 2 องค์ ฐานกว้าง 12 เมตร สูง 12 เมตร ซึ่งถือเป็นศิลปะที่เริ่มมีแพร่หลายตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง วัดไชยวัฒนารามได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และกรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะตลอดมาจนปัจจุบันไม่มีสภาพรกร้างอยู่ในป่าอีกแล้ว และยังคงมองเห็นเค้าแห่งความสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งผู้ไปเยือนไม่ควรพลาดชมอย่างยิ่ง เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 50 บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างประเทศ 220 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดมเหยงค์ วัดไชยวัฒนาราม, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท หมายเหตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.30- 21.00 น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้หลายเส้นทาง ได้แก่ ทางเรือ ท่านอาจเช่าเหมาเรือหางยาวจากบริเวณหลังลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระราชวังจันทรเกษมด้านตะวันออกของเกาะเมือง ล่องไปตามลำน้ำป่าสักลงไปทางใต้ผ่านวิทยาลัยการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพุทไธศวรรย์ โบสถ์โปรตุเกส วัดไชยวัฒนาราม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร และเจดีย์พระศรีสุริโยทัยอันสง่างามอีกด้วย ซึ่งจะทำให้การเดินทางมีรสชาติไปอีกแบบหนึ่งโดยเฉพาะเวลาพลบค่ำจะเห็นภาพบริเวณวัดไชยวัฒนารามงดงามมาก ทางรถยนต์ สามารถใช้เส้นทางเดียวกับวัดกษัตราธิราช แต่พอข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชไปแล้วให้เลี้ยวขวาแล้วตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นวัดไชยวัฒนารามตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ทางด้านหน้า
 
     
  จำนวนครั้งที่เข้าชม : 5715 ครั้ง  update : 2018-08-19 05:02:29